ในชีวิตเรา มักมีเรื่องให้
"แปลกใจ" อยู่เสมอ
แม้ขณะชีวิตนิ่งเงียบไม่มีอะไรเลย เรายังแปลกใจเลยว่า
"ทำไมชีวิตมันราบเรียบแบบนี้"
สังเกตไหม จากประโยคข้างบน เมื่อเรารู้สึดแปลกใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เราก็จะมีคำถามขึ้นต้นประโยคว่า
"ทำไม" อยู่เต็มไปหมด
เมื่อมีคำว่า
"ทำไม" มันก็จะต้องมี
"คำตอบ" เพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลาย...
"ปัญหาก็จะจบ"
มะนุด-- ชอบ
"ความแปลกใจ" แต่ในความแปลกใจนั้นต้อง "มีความสมหวังเจือปนอยู่ด้วย"
จะพูดว่ามะนุดเดินทางเพื่อหา
"ความสมหวัง"
ก็คงไม่ผิด...แม้มันจะผิดทุกอย่างก็ตาม ผิดกฎหมาย ผิดประเพณี ผิดวิสัยลูกผู้ชาย ผิดจารีต ผิดกฏอะไรก็ตาม แต่ต้อง
"ไม่ผิดหวัง"
มะนุด--- ไม่ได้นั่งแปลกใจแต่เรื่องตัวเองเท่านั้น ยังแปลกใจลามไปเรื่องของคนอื่น...
ปทานุกรมทุกฉบับถึงต้องบัญญัติคำว่า
"เจือก" ไว้ให้ได้อ่านกัน
แสดงว่าความแปลกใจกะเรื่องคนอื่น เป็นเรื่องที่ยอมรับกันอย่างเป็นทางการ ฮ่าา
มะนุด ไม่ใช่มนุษย์
มนุษย์ คือ สัตว์ประเสริฐ แต่ มะนุด คือ
"คนธรรมดา" ที่ยีงมีกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง อยู่ทุกลมหายใจ
มะนุด เอาแต่ใจ มะยมเปรี้ยวๆ ก็เอาไปแช่อิ่มให้มันหวาน นํ้าปลาเค็มๆ ก็เอาไปทำนํ้าปลาหวาน หรือ มะนุดชอบของหวานหว่า...
ขนาดเหล้ามันขม ตอนกินทำหน้าเหยเก พอกลืนลงคอ วางแก้วเสร็จปัง!! ดันสบถออกมา
"แม่ง...หวานนน" 555
มะนุด เรื่องมาก แต่น่าสนใจที่สุดในกระบวนการดำรงชีวิตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
มะนุด ขับเคลื่อนชีวิตด้วย
"ความหวัง" เชื่อไหม? ความหวังทำให้ชีวิต
"สนุก"
ความสนุกเป็นสันชาติญาีณที่บริสุทธิ์ของ
"มะนุด"
เพราะฉะนั้น ใครที่ยังชอบความเป็นมะนุด ก็อย่าลืมความ
"สนุก"
ลดความสนุกลงในชีวิตก็คงไม่ผิด... ถ้า "อยากลองเป็นมนุษย์" บ้างสักหน่อย...
(Editor นิตยาสาร Cheeze, 2553 : 58)